================================================== -->

สมัครเว็บพนัน ฟรีเครดิต

งานเลี้ยงพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดขึ้นทุกๆ 2 เดือน เพื่อให้สื่อมวลชนได้พบปะกับ บิ๊กตู่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) รวมถึงรัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ เพื่อสอบถามพูดคุยการทำงานด้านต่างๆของรัฐบาล แต่เสียดาย ครั้งนี้ บิ๊กตู่ ไม่ได้ลงมาร่วมกิจกรรม เพราะติดภารกิจสำคัญ แต่ได้ส่ง สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมโฆษกรัฐบาล ได้แก่ เสธไก่อู พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ เสธโหน่ง พลทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ พี่ลิซ่า พอหญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักฯ และ พี่ก้อง พออธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ มาร่วมงาน เรียกว่ามากันยกแก๊ง ขณะที่บรรยากาศภายในงานสนุกสนาน ได้ความรู้จากทีมงานของรัฐบาล แถมมีของกินอร่อยๆ ที่ยกขบวนจากร้านดัง ทั้งอาหารคาวหวาน อาทิ ไก่ย่างหนังกรอบ ส้มตำ ข้าวหน้าเป็ด ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยว ไอศกรีม เป็นต้น และทันทีที่ รมตสุวพันธุ์ กล่าวเปิดงาน อวยพรทุกคนจนเสร็จสิ้น ก็ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี ทุกคนลงมือรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยกับทีมงานของรัฐบาลไปด้วย ขณะที่ เสธไก่อู ก็เดินทักทายบรรดากระจิบข่าวที่นั่งรับประทานอาหารกันอย่างในแต่ละโต๊ะอย่างเป็นกันเอง ด้านกระจิบข่าวเห็นเสธไก่อูเดินทักทายแบบนี้ ก็อดจะเป็นห่วง สอบถามว่าพี่ไก่อูเองได้ชิมเมนูอะไรไปบ้างแล้วหรือยัง เสธไก่อูตอบกลับทันทีว่า ผมทานไปหลายอย่างเลย นี่ก็กำลังจะเดินไปเลือกดูอาหารอีก พร้อมบอกให้ทุกคนทานกันเยอะๆ ขณะที่ทีมโฆษกรัฐบาลคนอื่นๆ ก็เดินชิมอาหารไป พร้อมพูดคุยกับบรรดากระจิบข่าวไปด้วยเช่นกัน เรียกว่า เป็นบรรยากาศสบายๆ แฮปปี้ เป็นกันเองตลอดทั้งงาน แถมยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์กันได้ดีเยี่ยมด้วยคร้า

  • เยี่ยมชมบล็อก:206696
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 985
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-24 20:38:25
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา)กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มี นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมวศธ) เป็นประธาน ที่ประชุมมีมติไม่รับรองหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาคการศึกษาที่ 3 ปีการศึกษา 2556 ของสถาบันการผลิต 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นเนื่องจากมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง รับนักศึกษาเกินแผนการรับนักศึกษา อีกทั้งยังเปิดเรียนในภาคการศึกษาที่ 3/2556 ซึ่งควรที่จะเป็นการรับนักศึกษาใหม่ รหัสนักศึกษาควรเป็น 2557 และการดำเนินการยังไม่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในระบบทวิภาค ซึ่งเปิดเรียนเทอมแรกในภาคฤดูร้อน และเรื่องดังกล่าวมหาวิทยาลัยก็ส่งเอกสารหลักฐาน เพื่อชี้แจง แต่ยังคงมีข้อมูลที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ

ที่เก็บบทความ

2015(696)

2014(676)

2013(793)

2012(969)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ไชน่าฟู่หลิงเน็ต

เว็บ บา คา ร่า 5 บาท,ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและชาวชุมชนบางบัว จึงจะเดินทางไปร้องเรียนต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตั้งกรรมการสอบผู้บริหาร รฟม และ รมวคมนาคม ว่าใช้อำนาจกระทำการในทางที่ชอบด้วยกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยของเอกชนหรือไม่ โดยจะเดินทางไปในวันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 1030 น ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล ตึก กพรเดิม ถพิษณุโลก เขตดุสิต กทม และเมื่อเร็วๆ นี้ ทปอยังได้จัดโครงการจิตอาสามหาวิทยาลัยเพื่อชุมชนโดยทปอร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอมรภ) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(ทปอมทร) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งประเทศไทย(สสอท) ซึ่งได้ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศในชุมชน เพื่อแสดงพลังความร่วมมือของมหาวิทยาลัยภายใต้ความร่วมมือในการช่วยเหลือสังคมไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน พศ2561 ประธาน ทปอกล่าว ภาพยนตร์เกินวิสัย (อังกฤษ: cult film) เป็นภาพยนตร์ที่มีผู้ดูอยู่ในกลุ่มผู้ชื่นชอบกลุ่มเล็ก ๆ ส่วนมากหนังจะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ยังมีหนังที่โด่งดังจนติดระดับกระแสนิยมได้ เช่น Easy Rider (1969), 2001: A Space Odyssey(1968), A Clockwork Orange (1971), The Rocky Horror Picture Show (1975), Taxi Driver (1976), The Warriors (1979), Blade Runner (1982), Blue Velvet (1986), Pulp Fiction (1994)การปฏิรูปกองทัพผ่านกระบวนการทางรัฐสภาจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อสร้างวัฒนธรรมทหารมืออาชีพที่มีหน้าที่ป้องกันประเทศจากภัยคุกคามภายนอก การยกเลิกการเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นรับสมัครและการลดขนาดของกองทัพลงเพื่อให้มีกำลังพลเหมาะสมกับภารกิจ การย้ายหน่วยงานของกองทัพออกไปอยู่ตามหัวเมือง และการป้องกันไม่ให้กองทัพถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่เพียงเพื่อรักษาประโยชน์ด้านงบประมาณและความมั่นคง แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิดอีกต่อไป นี่คือภารกิจสำคัญที่พวกเราจะต้องกระทำให้สำเร็จหากชนะการเลือกตั้ง

กระทรวงพาณิชย์หนุนเกษตรกร ผุดศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนเพิ่ม 20 แห่ง มั่นใจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง จากที่เคยพูดออกทีวีว่าไม่ขอรับรางวัลศิลปินแห่งชาติ เพราะยังติดเที่ยวอาบอบนวดอยู่ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม วันนี้พ่อดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง ได้ออกมาอธิบายถึงเรื่องดังกล่าวอีกรอบ บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น วิษณุ ยัน สนชมีอำนาจเต็มโหวตอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมปลุกผี กสทชที่วืดไปมีสิทธิสมัครได้อีก พท-ปชป ประสานเสียงข้องใจคลิปเสียง วอนสรรหาคนดีเพราะมีผลประโยชน์เยอะ เมื่อวันอาทิตย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนชตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กสทช เพื่อเสนอที่ประชุม สนชประกอบการพิจารณา ดังนั้นเขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว สนชมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนชเพื่อตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนชมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้ บุคคลที่ สนชไม่ให้ความเห็นชอบครั้งนี้สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทชใหม่ได้ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวกรณีนี้ว่า เป็นลักษณะเดียวกับการโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการควบคุม กสทชให้ได้คนที่ตัวเองสั่งการได้เพื่อใช้ควบคุมสื่อมวลชนหรือไม่ เหมือนกับสั่ง กกตได้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งสื่อจะมีความสำคัญ ส่วนที่ สนชออกมาปฏิเสธว่าคลิปเสียงไม่จริง นายกฯ ไม่เคยสั่งการนั้นเป็นเรื่องแปลก เพราะผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคลิป ดังนั้น นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก ที่ผ่านมาใครที่ทำงานตอบสนองผู้มีอำนาจให้ได้เปรียบทางการเมือง จะได้รับการต่ออายุให้ทำงานต่อ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) แต่พอคัดสรรองค์กรอื่นเมื่อไม่ได้คนดังใจก็ให้คัดกันใหม่ แบบนี้ท่านต้องการจะควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดังใจเพื่อรอวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอีกกรณีหนึ่งทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้มมาแล้วกรณีโหวตคว่ำ กกต ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนชและกรรมการสรรหาควรต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมคาดเดากันเอาเอง และที่อยากจะเรียกร้องคือ ความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่ขาดคุณสมบัติจำนวนมาก แสดงว่ามีความบกพร่อง ไม่รอบคอบในการสรรหาหรือไม่ เป็นความบกพร่องแบบเหลือวิสัยหรือไม่ใส่ใจ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ การสอบสวนคลิปหลุดนั้น คงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะตอบประชาชนให้คลายความสงสัยข้องใจไปได้ ส่วนคำถามว่า สนชมีใบสั่งหรือไม่ ก็ต้องถามว่าที่ไปที่มาของ สนชมาอย่างไร คงเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มองเหมือนกันว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มที่คณะกรรมการสรรหา โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ คือ 1คณะกรรมการสรรหาได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีความพยายามบล็อกโหวตหรือไม่ อย่างไร 2สนชทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พศ2553 บัญญัติไว้ หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนชมีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 3มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทชครั้งนี้จริงหรือไม่ กสทชมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษอย่างมาก การสรรหา กสทชจึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้ กสทชที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง นายองอาจกล่าว

อ่าน(581) | แสดงความคิดเห็น(595) | ส่งต่อ(630) |
บทความยอดนิยมที่เกี่ยวข้อง
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

วาโมเรโนส 2021-06-24

ชิโยชิ ไค 2 อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว

ผู้ว่า ธปท ชี้ เป็นจังหวะและโอกาสดีที่แบงก์เร่งควบรวมกิจการให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ลดต้นทุน รองรับความต้องการของธุรกิจขนาดใหญ่23 เมย 61 - นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม) เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ในประเทศมีการควบรวมกิจการ โดยมีระยะเวลาจนถึง 31 ธค 2565 ว่า เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลังที่สนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์มีการควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น ให้สามารถแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยเป็นมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสถาบันการเงินจะพิจารณากันเอง หากธนาคารพาณิชย์ไทยมีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะเป็นโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น ลดต้นทุนการบริหารจัดการ มีความเข้มแข็งมากขึ้น มีการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้นและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจขนาดใหญ่ได้ เพราะปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีขนาดไม่ใหญ่และบางแห่งก็มีพันธมิตรเป็นผู้ถือหุ้นต่างประเทศอยู่แล้ว นายวิรไท กล่าวทั้งนี้ การกำหนดกรอบระยะเวลา ที่สามารถใช้มาตรการนี้ ตั้งแต่เกิดการควบรวมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 เพื่อเป็นมาตรการจูงใจให้มีการควบรวม เพราะหากไม่มีระยะเวลากำหนด ก็จะไม่ทำให้สถาบันการเงินไม่รู้สึกตื่นตัว โดย ธปท จะไม่กำหนดว่าสถาบันการเงินของไทยในระยะต่อไปจะมีจำนวนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดเป็นผู้กำหนดว่าควรมีเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีที่จะเกิดการควบรวมกัน เพราะจะได้สิทธิพิเศษทางภาษีตามมาตรการที่ออกมาส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากขนาดของธนาคารพาณิชย์ไม่มีขนาดใหญ่ขึ้น จะไม่สามารถรองรับการลงทุนจากต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้นั้น มองว่า การระดมทุนทำได้หลายรูปแบบทั้งในตลาดทุนและการออกตราสารหนี้ ซึ่งต้องนำหลาย ๆ เรื่องมาประกอบการ และจะต้องมีช่องทางที่มีประสิทธิภาพ มีจังหวะที่ดีจึงจะสามารถตอบโจทย์ที่หลากหลายได้นอกจากนี้ ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้ทำให้รายได้ภาษีของรัฐบาลหายไป เพราะรัฐบาลไม่ได้มีรายได้จากการเก็บภาษีจากสถาบันการเงินอยู่แล้วแต่เป็นการลดภาษีที่เป็นอุปสรรค ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยอมที่ให้มีการตัดจ่ายได้มากกว่าหนึ่งครั้ง เพื่อเป็นการจูงใจให้เกิดการควบรวม

เฉิน ฮูกง 2021-06-24 20:38:25

บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น

วู 2021-06-24 20:38:25

อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว , คุรุสภายังพัฒนาระบบบริการแบบอิเลคทรอนิกส์ให้ผู้บริการแก่ผู้ขอใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษา โดยเปิดให้บริการ 3 ช่องทาง คือ บริการผ่านสถาบันผลิตครู ผ่านสถานศึกษาและบริการตนเองผ่านเว็บไซต์คุรุสภา ซึ่งผมเชื่อว่าเราจะลดปริมาณงานเอกสารและเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยระบบเทคโนโลยีแบบอีเซอร์วิสจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว。 วิษณุ ยัน สนชมีอำนาจเต็มโหวตอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมปลุกผี กสทชที่วืดไปมีสิทธิสมัครได้อีก พท-ปชป ประสานเสียงข้องใจคลิปเสียง วอนสรรหาคนดีเพราะมีผลประโยชน์เยอะ เมื่อวันอาทิตย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนชตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กสทช เพื่อเสนอที่ประชุม สนชประกอบการพิจารณา ดังนั้นเขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว สนชมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนชเพื่อตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนชมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้ บุคคลที่ สนชไม่ให้ความเห็นชอบครั้งนี้สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทชใหม่ได้ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวกรณีนี้ว่า เป็นลักษณะเดียวกับการโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการควบคุม กสทชให้ได้คนที่ตัวเองสั่งการได้เพื่อใช้ควบคุมสื่อมวลชนหรือไม่ เหมือนกับสั่ง กกตได้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งสื่อจะมีความสำคัญ ส่วนที่ สนชออกมาปฏิเสธว่าคลิปเสียงไม่จริง นายกฯ ไม่เคยสั่งการนั้นเป็นเรื่องแปลก เพราะผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคลิป ดังนั้น นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก ที่ผ่านมาใครที่ทำงานตอบสนองผู้มีอำนาจให้ได้เปรียบทางการเมือง จะได้รับการต่ออายุให้ทำงานต่อ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) แต่พอคัดสรรองค์กรอื่นเมื่อไม่ได้คนดังใจก็ให้คัดกันใหม่ แบบนี้ท่านต้องการจะควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดังใจเพื่อรอวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอีกกรณีหนึ่งทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้มมาแล้วกรณีโหวตคว่ำ กกต ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนชและกรรมการสรรหาควรต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมคาดเดากันเอาเอง และที่อยากจะเรียกร้องคือ ความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่ขาดคุณสมบัติจำนวนมาก แสดงว่ามีความบกพร่อง ไม่รอบคอบในการสรรหาหรือไม่ เป็นความบกพร่องแบบเหลือวิสัยหรือไม่ใส่ใจ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ การสอบสวนคลิปหลุดนั้น คงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะตอบประชาชนให้คลายความสงสัยข้องใจไปได้ ส่วนคำถามว่า สนชมีใบสั่งหรือไม่ ก็ต้องถามว่าที่ไปที่มาของ สนชมาอย่างไร คงเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มองเหมือนกันว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มที่คณะกรรมการสรรหา โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ คือ 1คณะกรรมการสรรหาได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีความพยายามบล็อกโหวตหรือไม่ อย่างไร 2สนชทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พศ2553 บัญญัติไว้ หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนชมีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 3มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทชครั้งนี้จริงหรือไม่ กสทชมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษอย่างมาก การสรรหา กสทชจึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้ กสทชที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง นายองอาจกล่าว。

กษัตริย์อันเดอร์ 2021-06-24 20:38:25

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและชาวชุมชนบางบัว จึงจะเดินทางไปร้องเรียนต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตั้งกรรมการสอบผู้บริหาร รฟม และ รมวคมนาคม ว่าใช้อำนาจกระทำการในทางที่ชอบด้วยกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยของเอกชนหรือไม่ โดยจะเดินทางไปในวันอังคารที่ 24 เมษายน 2561 เวลา 1030 น ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล ตึก กพรเดิม ถพิษณุโลก เขตดุสิต กทม, ประเทศล้าหลัง เศรษฐกิจไม่โต เวียดนาม-เขมร-ลาว กำลังจะแซงหน้าไทย。ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จนครนายก - นายสุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ) กล่าวภายหลังการประชุมสามัญ ทปอครั้งที่ 2/2561 ว่า ทปอมีมติเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาและขอให้ทางรัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการ เพราะตนเชื่อว่ากระทรวงการอุดมศึกษาเป็นกระทรวงแนวใหม่ ที่มีบทบาทในการผลักดันอุดมศึกษาขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ โดยขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา 3 ฉบับ กำลังจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีและสามารถจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ พศ2562 โดยในส่วนของ ทปอขอแสดงเจตนารมณ์ ดังนี้ 1ทปอและเครือข่ายอุดมศึกษาขอสนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาโดยยึดเป็นเป้าหมายของประเทศเป็นหลักยกระดับมหาวิทยาลัยเพื่อให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ และขอให้มีการจัดตั้งโดยเร็ว เพื่อให้ทันกับการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ 2ทปอ ขอกราบขอบคุณ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดนโยบายและให้การสนับสนุนงบประมาณ เพื่อวางแนวทางการดำเนินงานหลักสูตรการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จำนวน 200 กว่าหลักสูตร แบ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น 119 หลักสูตรใน 20 มหาวิทยาลัย เน้นให้คนที่ทำงานอยู่แล้วประมาณ 20 ล้านคนในระบบเข้ามาเรียน เพื่อพัฒนาทักษะและสมรรถนะ เมื่อจบแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองแต่ไม่ได้รับวุฒิการศึกษาเป็นแก้ไขปัญหาบัณฑิตตกงาน และทำให้มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตตอบยุทธศาสตร์ชาติและอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน。

ดอกไม้วิญญาณ 2021-06-24 20:38:25

บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น, และล่าสุดก็มีข่าวดีเมื่อภาพยนตร์ฝีมือการกำกับของตั๊ก บงกช ได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาล Udine Far East Film Festival ครั้งที่ 20 ณ ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 20-28 เมษายนนี้ แถม ตั๊ก บงกช ยังได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล White Mulberry ซึ่งเป็นรางวัลที่เพิ่งจัดขึ้นสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่อีกด้วย 。 อดีต สสระยอง ปชปโต้ลั่นไม่มีความคิดในสมองที่จะไปร่วมรัฐบาล คสช เหน็บซัด ประยุทธ์ ทำ ปชชผิดหวัง ถ้าหนุนเป็นนายกฯ อีกรอบใครจะเลือกตนเอง เพื่อแม้ว ประชดดูดกันสุดๆ ไปเลย ฟุ้งสมาชิกก็ถูกดูด แต่ยังยืนหยัดแสดงตัวตนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ สุริยะใส เตือน คสชเดิมพันสนามเลือกตั้งอาจยากกว่ารัฐประหาร อลงกรณ์ ยกบทเรียนอดีตไม่เชื่อการเมืองแบบเก่าจะสร้างระบบใหม่ได้ โพลชี้ตั้งสองพี่น้องคุณปลื้มสร้างแนวร่วมขยายอำนาจหนุนปลดล็อกไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันอาทิตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) อดีต สสระยอง โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังแกนนำพรรคพลังชลถูกดึงตัวไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช นำไปสู่การคาดการณ์ว่า สสปชปภาคตะวันออก เช่น นายสาธิต จะถูกดึงไปร่วมงานด้วย โดยมีใจความว่า ไม่มีความคิดนี้ในสมองเลย ผมเริ่มต้นและเติบโตในพรรค ประชาธิปัตย์ จากเป็น สสสมัยแรกและเติบโตมาเป็น กกบหของพรรค มีตำแหน่งทางการเมืองตามลำดับ สุดท้ายในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ซึ่งถ้าผมอยู่พรรคการเมืองอื่นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะผมเป็น สส บ้านนอก ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะดูแล สสเป็นมุ้งหรือก๊วน แต่เพราะผมอยู่พรรคการเมืองที่ชื่อ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมือง มีความเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค ผมได้รับการเลือกตั้งจากเพื่อนๆ สสด้วยกัน อดีต รมตของพรรค ประธานสาขาพรรค ตัวแทนท้องถิ่นและตัวแทนสมาชิกพรรค จากทั่วประเทศเลือกตั้งผมมาให้มีตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมีความภาคภูมิอย่างมากที่ได้รับการเลือกตั้งในตำแหน่งนี้ จึงพูดได้เลยว่าเรื่องการย้ายพรรคไปจากพรรค ประชาธิปัตย์ คงไม่มีทางเป็นไปได้เลย นายสาธิตระบุ นายสาธิตระบุอีกว่า ผมได้รับฟังเสียงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งใน จระยองเอง และทั่วๆ ไป เขาสะท้อนได้ถึงความเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำมาหากินของเขา รายได้ต้องลดลง บางรายต้องตกอยู่ในสภาวะเป็นหนี้เป็นสิน มีความยากลำบาก รัฐบาลไม่ยอมรับฟังเสียงความเดือดร้อนของพวกเขา เขาเสียใจ เจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สนับสนุนรัฐบาล พลอ ประยุทธ์ ในตอนแรกที่เข้ามามีอำนาจ หวังให้ทำเรื่องที่สำคัญให้ประเทศถึงแม้เขาจะยากจนก็ตาม เช่น เรื่องปราบทุจริต แก้เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ และปฏิรูปประเทศด้านสำคัญๆ แต่ปรากฏว่าไม่เกิดขึ้นเลยหลังจากผ่านมาแล้ว 4 ปีเต็มๆ แถมยังมีข่าวหนาหูและปรากฏหลักฐานในคนใกล้ตัวว่ากลับเป็นเสียเอง อันนี้ยิ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เสียใจอย่างมาก แล้วถ้าผมย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พลอ ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกรอบ แถมทำตัวว่าทำท่าจะมีลักษณะพฤติกรรมการเมืองแบบเก่าที่ท่านประยุทธ์เคยด่าว่าเป็นนักการเมืองเลว และยังส่อจะเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นในหลายๆ เรื่องอีก แล้วจะมีประชาชนที่ไหนมาเลือกผม นายสาธิตระบุ ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการดึงตัวนักการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล คสชอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แม้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็มีตัวแปรและปัจจัยแทรกซ้อนอีกมาก ดังนั้นระหว่างการรออะไรที่ไม่มีเป้าหมาย กับการรีบร้อนเข้าไปรับตำแหน่งตามที่เป็นการรับมัดจำเพื่อให้มีหลักประกัน แม้เสี่ยงกับการขึ้นรถผิดคัน แต่เมื่อกลัวตกรถก็ต้องยอม การโชว์พลังดูด แม้จะดูเป็นการเมืองโบราณย้อนยุค แต่ใครอยากดูดใคร พรรคไหน กลุ่มใด อยากถูกดูด อยากเข้าไปหางานทำ เอาให้เต็มที่ ดูดกันให้สุดๆ ไปเลย ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร ประชาชนจะตัดสินใจได้ง่ายระหว่างพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้มีการสืบทอดอำนาจกับพรรคที่ชูธงประชาธิปไตยเพื่อแม้วฟุ้งดูดไม่สำเร็จ รัฐบาล คสชอยู่มา 4 ปี ปัญหาข้าวยากหมากแพง ปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในระดับเศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันระบาด พลอประยุทธ์โชคดีที่คนไทยมีความอดทนสูง ผมดีใจที่นายแจ็ก หม่า มาลงทุนในประเทศไทย แต่อย่าไอโอหรือพีอาร์เกินเหตุ เพราะมันยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาล คสชทำอะไรไม่ได้แล้วหรือ เลยต้องไปหาคนอื่นมาช่วย พลอประยุทธ์ลองหาเวลาไปเดินตลาดแบบไม่จัดฉากหรือไม่ผักชีโรยหน้าดูบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจบางตัวที่ออกมาเหมือนจะดี มันไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง รัฐบาล คสชพยายามสืบทอดอำนาจก็ทำหรือไม่ แต่ขอเตือนว่าอย่าเหยียบย่ำหัวใจประชาชน นายอนุสรณ์กล่าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต สสนครราชสีมา แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ พลอประยุทธ์เดินเกมดูดอดีต สส สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเดิม ไม่ได้เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่หรือมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จึงขอเรียกร้องให้ พลอประยุทธ์ประกาศตัวให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนไปเลยว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สสตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย เพื่อเข้าสู่ถนนการเมืองอย่างสง่างาม เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจง่ายว่าจะเลือกพรรค คสชหรือจะเลือกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดอย่างพรรคเพื่อไทย มีความพยายามจะดูดอดีต สสพรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมกับพรรค คสชและพรรคพันธมิตร คสช แต่จนถึงขณะนี้ ทุกคนก็ยังยืนหยัดเหนียวแน่นกับพรรค เมื่อช่วงต้นเดือนเมยที่ผ่านมา อดีต สสของพรรคมีการยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยครบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่แจ้งความจำนงจะลงสมัคร สสในนามพรรคเพื่อไทยอีกจำนวนมาก เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาอดีต สสของพรรคและทุกภาคได้ลงพื้นที่พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนทุกด้านเพื่อเก็บข้อมูลมาเตรียมกำหนดเป็นนโยบายของพรรค เมื่อคสชปลดล็อก พรรคก็จะประกาศนโยบายที่จับต้องได้ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในแต่ละด้านได้จริง ซึ่งมั่นใจว่านโยบายของพรรคจะโดนใจของประชาชนอย่างแน่นอน นายประเสริฐกล่าว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 4 ปี คสชและแม่น้ำ 5 สาย ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่งผลให้ไทยเชื่อถืออะไรไม่ได้ วางแผนล่วงหน้าไม่ได้ ไร้ความเชื่อมั่นสิ้นเชิง ล่าสุดกรณี สนชล้มการสรรหา กสทช หนีไม่พ้นข้อครหาต้องการคุมสื่อเบ็ดเสร็จ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทำความเสียหายทำให้ประเทศไร้ความเชื่อมั่น นอกจากไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างปรองดองอย่างแท้จริง ยังไปตีท้ายครัวของพรรคการเมืองอื่น ด้วยการที่ตนเองและคณะไปตีกอล์ฟได้ แต่พอสมาชิกพรรคการเมืองจะไปบ้างในสถานที่เดียวกัน ก็ปรามว่าระวังจะผิดกฎหมาย พฤติการณ์ที่ไม่มีน้ำใจอย่างนี้หรือจะเอื้อต่อการเชิญชวนให้พรรคการเมืองไปร่วมเสวนาด้วย เพราะท่านไม่ได้วางตนเป็นกลาง ไม่ได้วางตนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชนและชาวโลก ยังมีกรณีที่ทำลายความเชื่อมั่นประเทศอีกมาก ซึ่งก็จนใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมยังทนนั่งอยู่ในอำนาจบนความทุกข์ยากของประชาชนอยู่ได้สนามเลือกตั้งยากกว่ารัฐประหาร ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต กล่าวว่า การดูด สสกลุ่มต่างๆ เพื่อตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แม้กลายเป็นเรื่องปกติในวิถีการเมืองไทยที่ทำกันมาแทบทุกยุคสมัยเพื่อช่วงชิงอำนาจการเมือง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามบทเรียนในอดีต ที่มักจะเป็นแค่พรรคเฉพาะกิจ อาจประสบความสำเร็จในช่วงสั้นๆ แต่ระยะยาวก็ล้มเหลว ฉะนั้นพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน คสชหรือ พลอประบุทธ์ ต้องศึกษาบทเรียนจากในอดีต ถ้าตั้งธงจะปฏิรูปประเทศกันหลังเลือกตั้ง หรือสานต่องานปฏิรูปที่รัฐบาลชุดนี้คิดว่าได้วางไว้ ก็ต้องทำให้โครงสร้างของพรรคหรือการจัดขั้วอำนาจเพื่อรองรับรัฐบาลหลังเลือกตั้งให้ความหวังกับประชาชนได้มากกว่าวิธีแบบนี้ บรรยากาศการดูดและกวาดต้อน สส สะท้อนสมการอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน ยังวนอยู่ในกับดักเดิม อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น พรรคที่ คสชสนับสนุนน่าจะมีความได้เปรียบกว่าทุกพรรค แต่อาจจะกระทบภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือได้ เพราะประชาชนมองว่าเป็นวิธีเก่าๆ และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นแต่ภาพนักการเมืองหน้าเดิมๆ สลับหน้ากันอยู่ในกลุ่มและเครือข่ายเก่าๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเมืองล้มเหลว ถ้า คสชคิดจะตั้งพรรค ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรมีอะไรใหม่ๆ มาเสนอประชาชนด้วย เพราะเดิมพันในสนามเลือกตั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจยากกว่าการทำรัฐประหาร นายสุริยะใสระบุ ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและอดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป กล่าวว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆจัดตั้งรัฐบาล แม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาล แต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและการผูกขาด ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียว ทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาด หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้มีมาอย่างยาวนาน จึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ ถ้าสร้างระบบการเมืองที่ดีไม่ได้ นักการเมืองจะถูกระบบกลืนกิน สูญสิ้นอุดมการณ์ ถึงกับต้องทุจริตโกงภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในระยะหลัง ในสภาผู้แทนฯ ต้องขายงบขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ จะปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ และจะทำเช่นนี้อีกต่อไปหรือ กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีต ก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราว เช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป นายอลงกรณ์กล่าว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหน จะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วมว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พคและ มิยว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึงไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด โพลชี้ดูดเพื่อขยายอำนาจ วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,088 คน ระหว่างวันที่ 18-21 เมย61 กรณีการแต่งตั้งนักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล พลอประยุทธ์ สรุปผลได้ดังนี้ เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองอย่างร้อนแรง ในขณะนี้ โดยเมื่อถามถึงกรณีแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกฯ ด้านการเมือง พบว่า อันดับ 1 รัฐบาลต้องการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงานสร้างแนวร่วม 4020%, อันดับ 2 เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางการเมืองขยายอำนาจ 3301%, อันดับ 3 ต้องรอดูท่าที และผลงานว่าจะเป็นอย่างไร 2810% ส่วนกรณีแต่งตั้งนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 1 ไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง 4078%, อันดับ 2 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ต้องการสร้างฐานเสียง 3014%, อันดับ 3 เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีผลงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน 2943% ส่วนแต่งตั้งนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นรองผู้ว่าราชการ กทม อันดับ 1 เป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง มีความใกล้ชิดกับนายสุเทพ 3585%, อันดับ 2 รอพิสูจน์ผลงาน ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 3321%, อันดับ 3 อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน 3132% นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าควรปลดล็อกทางการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข 4447% เพราะ เป็นประชาธิปไตย เกิดความเท่าเทียม พรรคการเมืองมีอิสระ ทำกิจกรรมได้ ช่วยให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ได้เห็นท่าทีของแต่ละพรรค ฯลฯ และควรปลดล็อกแต่มีเงื่อนไข 3645% คือ มีกฎเกณฑ์ร่วมกัน ไม่สร้างความขัดแย้ง วุ่นวาย ต้องแสดงความโปร่งใส กำหนดขอบเขต บทลงโทษ ที่ชัดเจน ฯลฯ ขณะที่ไม่ควรปลดล็อก 1908% เพราะ อาจเกิดการเคลื่อนไหว ชุมนุม ประท้วง บ้านเมืองไม่สงบ วุ่นวาย รัฐบาลอาจควบคุมดูแลยาก ฯลฯ ด้าน พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุว่า ประชาชนหนุนให้รัฐบาล คสชปลดล็อกให้กับพรรคการเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขว่า โพลที่ว่าไปสอบถามจากใคร เพราะปัจจุบันโพลมีอยู่หลายโพลด้วยกัน ดังนั้นต้องไปดูว่าเขาไปสอบถามจากใครบ้าง ขณะนี้มีตารางอยู่แล้วว่ากำลังจะมีการเชิญหารือกันในช่วง มิ ยนี้ เมื่อมีการหารือเสร็จ จะได้ข้อสรุปว่าตกลงจะทำอย่างไรกันต่อไป เมื่อถามถึงกรณีโพลสะท้อนด้วยว่าการที่รัฐบาลดึงพรรคการเมืองและนักการเมืองเข้ามาร่วมทำงานในรัฐบาลเป็นการสร้างแนวร่วมการทางการเมืองในอนาคตเพื่อรองรับพรรคทหาร พลทสรรเสริญกล่าวว่า บุคคลส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คือ พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ ดังนั้นเราไปห้ามเขาไม่ได้ว่าจะมีมุมมองอย่างไร แต่สิ่งที่นายกฯ ชี้แจงต่อสื่อมวลชนไปแล้วคือ เป็นเรื่องของกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสนอเข้ามา หลักการที่นายกฯ ให้คือ เราไม่ได้สนใจว่าเขาเป็นนักการเมืองหรือไม่ ขออย่างเดียวคือให้มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าย้อนกลับไปดูสมัยก่อนที่การเมืองยังปกติกันอยู่ ถามว่าพรรคการเมืองทั้งหลายมีปฏิบัติอย่างนี้กันหรือไม่ ย้ายจากพรรคนี้ไปพรรคนั้น จากพรรคนั้นโยกไปพรรคนี้ ก็มีอยู่ใช่หรือไม่ ฉะนั้นอย่าไปคิดให้ทุกอย่างเป็นการเมือง ต้องรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน พลทสรรเสริญกล่าว 。

ชนะเรนดี 2021-06-24 20:38:25

บิ๊กทหารฮึ่ม โต้กลับข้อมูลกระทรวงต่างประเทศสหรัฐขุดหนังเก่ามาทำรายงาน ว่าประเทศไทยมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง ย้ำหมดยุคปรับทัศนคตินานแล้ว ล็อกคอจับตัวผู้เห็นต่างแค่ช่วงแรกๆ หลังรัฐประหาร กสมจี้รัฐบาลตอบกลับเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่แค่รับทราบ หลังจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา แถลงรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศต่างๆ 200 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2560 โดยรายงานส่วนของประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลปี 2559-2560 พบว่ายังมีการจำกัดเสรีภาพพลเมือง นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) กล่าวเรื่องนี้ว่า ทาง กสมได้ทำรายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนปี 2560 และรายงานการปฏิบัติงานประจำปี 2560 ได้พบกรณีที่เกิดขึ้นคล้ายๆ กันนี้ เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุ การวิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้นแล้วถูกเป็นประเด็นคำถามในระดับอาเซียนและระดับชาติ ซึ่งไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ อาทิ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ทั้งๆ ที่ในที่เกิดเหตุเป็นด่านทหาร และมีกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่เป็นที่เปิดเผยกล้องวงจรปิดนั้นว่าที่สุดสถานการณ์ในที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เช่นเดียวกันกับนายชัยภูมิ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาไต่สวนมา 4 ปีแล้ว สอดคล้องกับรายงานของสหรัฐ ที่ระบุว่ามีการวิสามัญฆาตกรรมเพิ่มขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง กสมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลหรือ คสชเพื่อทักท้วงหรือเสนอแนะอย่างไรหรือไม่ นางเตือนใจกล่าวว่า โดยกฎหมาย กสมจะต้องทำรายงานส่งให้กับคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเปิดเผยสู่สาธารณะ แต่ คสชไม่ใช่องค์กรที่ กสมจะต้องรายงาน แต่เชื่อได้ว่า คสชคงทราบข้อมูล อย่างไรก็ตาม พรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธค60 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อ กสมทำรายงานการตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการทางนโยบายและกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแจ้งกลับมาที่ กสม นางเตือนใจกล่าวว่า แต่ล่าสุดการประชุม 2-3 สัปดาห์ คณะรัฐมนตรีแจ้งกลับมา กสมเพียงว่า รับทราบเท่านั้น ไม่มีการตอบในรายละเอียดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหน่วยงานได้นำไปปฏิบัติอย่างไร หน่วยงานปฏิบัติได้หรือไม่ได้ ดังนั้น ทาง กสมจึงมีมติให้ทำหนังสือไปที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแจ้งว่าไม่ใช่แค่ตอบมาว่ารับทราบ แต่ต้องชี้แจงกลับมาด้วย นางเตือนใจยังกล่าวถึงกรณีที่ในรายงานระบุว่า ยังมีการละเมิดสิทธิโดนการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาที่ กสมเช่นกัน ซึ่งเดิมอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการ กสม เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พรปว่าด้วย กสม อนุกรรมการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ไปโดยปริยาย มีความชัดเจนเรื่องการจับกุมผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนถึง 30 กย60 และเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานถึงสิ้นปี 60 เนื่องจากกรณีของไผ่ ดาวดิน เป็นกรณีที่มีการร้องเรียนเข้ามาใน กสม อย่างไรก็ตาม ครมจะต้องนำรายงานของ กสมไปพิจารณาแล้วตอบกลับมาที่ กสม ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นางเตือนใจกล่าว อย่างไรก็ตาม พลอธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบทสส) ในฐานะสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยเฉพาะกรณีรายงานของสหรัฐอเมริกา มีการตำหนิรัฐบาล คสชละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเชิญตัว คนคิดต่างเข้าค่ายทหารว่า ปกติการเชิญตัวคนคิดต่างนั้น เราแค่เชิญไปพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งไม่ได้ไปทำร้าย หรือใช้ความรุนแรงอะไร ที่สำคัญหากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน จะพบว่า คสชและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างในการเชิญมาพูดคุยอย่างนุ่มนวล เป็นการทำความเข้าใจเท่านั้น การล็อกคอ จับตัวผู้เห็นต่างมา อาจจะเคยเกิดขึ้นในอดีตช่วงแรกๆ ที่ คสชเข้ามาเท่านั้น ที่ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความสงบ แต่ก็ไม่เคยไปทำร้ายใคร และตอนนี้ คสชก็ไม่ได้ทำแล้ว อีกทั้งมุมมองเรื่องสิทธิมนุษยชนยังขึ้นอยู่กับคำที่ใช้เรียก และช่วงเวลาที่ประเมิน ทั้งนี้ ที่มีการประเมินออกมาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะในปัจจุบัน คสชไม่ได้ไปลิดรอนสิทธิ์แบบนั้น เราใช้การเชิญมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และในระยะหลังๆ นี้ จะเห็นได้ว่า คสชก็ไม่ได้กระทำการในลักษณะนั้น ไม่ค่อยมีการเชิญมาปรับทัศนคติแล้ว พลอธารไชยยันต์ กล่าว พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เป็นเรื่องขององค์กรแต่ละประเทศที่จะคิดอย่างไร เราห้ามไม่ได้ แต่รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่เราทำในปัจจุบันนี้ทำตามข้อกฎหมาย กรณีที่ระบุว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ เช่นการเคลื่อนไหวหรืออะไรก็ตาม คงต้องไปดูในรายละเอียดว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการตามกฎหมายนั้น เป็นผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องแยกแยะออกจากกันระหว่างสิทธิเสรีภาพกับการทำผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องคำนึงด้วยว่าสิ่งที่ทำแล้วบอกว่าเป็นสิทธิเสรีภาพขัดหลักกฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าขัดกับหลักกฎหมายก็ทำไม่ได้ แล้วไม่ใช่ว่ากฎกติกานี้จะใช้ที่ประเทศไทยประเทศเดียว แต่ใช้ทุกประเทศในโลก รัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการไปเป็นการดำเนินการตามข้อกฎหมาย รัฐบาลและ คสชไม่เคยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการดำเนินคดีกับใคร ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วนำเข้าสู่กฎหมายปกติเป็นผู้พิจารณาว่าถูกหรือผิด ถ้าผิดต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ พลทสรรเสริญย้อนถามว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ตรงไหนหรือ ทั้งหมดเป็นข้อกฎหมายทั้งนั้น คนที่ถูกดำเนินคดีคือคนที่ปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าไปในโลกโซเชียลฯ เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นคนนั้นคนนี้ อยู่ในหลักการกฎหมายเช่นกัน หากเกิดข้อมูลอันเป็นเท็จแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินคดีจะไม่เกิดความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างนั้นหรือ อะไรจริง อะไรใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความเท็จกันไปเรื่อย เป็นการปล่อยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ บ้านเรามีการออก พรบคอมพิวเตอร์กันมาแล้ว ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองลองย้อนกลับไปดูว่าแต่ละคนเป็นคนหน้าเดิมและมีนัยอยู่ด้วยทั้งสิ้น, กรณ์ ห่วงเปิดรับ แจ็ก หม่า ไทยเสียเปรียบ ชี้ดาต้าอยู่ในมือต่างชาติเกือบหมด จี้รัฐบาลออกยุทธศาสตร์อุดช่องโหว่ อนุสรณ์ แนะห้าง-โชห่วยเร่งปรับตัว ก่อนยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซโกยเกลี้ยง นิด้าโพลเผยประชาชนมองเศรษฐกิจ 3 เดือนแรกแย่ลง เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดรับแจ็ก หม่า ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มอาลีบาบาว่า มีคนตั้งคำถามเยอะว่ารัฐบาลอ้าแขนรับแจ็ก หม่าขนาดนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อผู้ประกอบการไทย ลองดูสัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ โดยผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซไทย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ว่าเรื่องนี้มีทั้งข้อดีและประเด็นพึงระวัง ทั้งนี้ ขอเสริมว่าประเทศไทยเป็นประเทศขนาดกลางที่พึ่งพาการค้าขายระหว่างประเทศมากกว่าประเทศอื่นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดกลางซึ่งไม่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมของตนเอง จึงต้องพึงระวังทุกเรื่องที่ทำให้คู่แข่งที่ใหญ่กว่า และต้นทุนต่ำว่า สามารถเจาะตลาดไทยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้ว วันนี้ data (ข้อมูล) ของเราอยู่ในมือต่างชาติเกือบหมดแล้ว (Facebook, Google etc) ทำให้งบโฆษณาเกือบทั้งหมดถูกโอนไปที่บริษัทเหล่านี้ ในอนาคต data การใช้จ่ายทั้งหมดของไทยจะอยู่ในมือต่างชาติอีกด้วย การบริการทางการเงินจะย้ายตามไป รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์ลดความเสียเปรียบในจุดนี้ให้กับผู้ประกอบการไทย นายกรณ์ระบุ ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นต่อผลกระทบของอาลีบาบาและยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอื่นๆ อย่าง JDcom, Amazon, Shoppee, 11Street, Lazada ต่อเศรษฐกิจว่า จะส่งผลให้เกิดการเติบโตและขยายตัวเพิ่มขึ้นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบก้าวกระโดด การที่แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกขยายการลงทุนมาประเทศไทย หวังจะใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ไปสู่การขยายตลาดในภูมิอาเซียน จะทำให้ไทยพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการกระจายสินค้าและบริการในภูมิภาคได้ผ่านดิจิทัลฮับต่างๆ ด้านหนึ่งจะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและช่องทางในการกระจายสินค้าให้กับผู้ผลิตของไทยสู่ตลาดโลก อีกด้านหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของไทย และที่มีผลกระทบหนักคือธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดกลางและร้านค้าปลีกรายย่อยและโชห่วยของไทย หากธุรกิจไทยทั้งออฟไลน์และออนไลน์ไม่สามารถปรับตัวให้แข่งขันได้ โอกาสและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นย่อมตกแก่ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมเข้ามาลงทุน นายอนุสรณ์ระบุ สำหรับการประกาศลงทุนของอาลีบาบาด้วยเม็ดเงิน 11,000 ล้านบาทในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปตื่นเต้นจนเกินเหตุ เพราะเป็นเงินเพียงแค่ 5% ของกำไร 200,000 ล้านบาทของอาลีบาบาเมื่อปีที่แล้ว หากหวังว่าอาลีบาบาจะมาช่วยเกษตรกรรายย่อยของไทย ขายข้าว ขายผลไม้โดยเขาไม่ได้กำไรหรือไม่ได้ผลประโยชน์ที่จูงใจเพียงพอน่าจะเป็นการเล็งผลเลิศมากเกินไป สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ ทำให้ผู้ผลิตของไทย โดยเฉพาะเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย มีอำนาจต่อรองและได้รับแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมมากขึ้น ภายใต้โครงสร้างตลาดที่ถูกครอบงำจากทุนยักษ์ใหญ่ ขณะที่ธนาคารและกิจการธุรกิจทางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องปรับตัวด้วย เพราะจะได้ผลกระทบ เนื่องจากการลงทุนของอาลีบาบาและยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์จะมาพร้อมกับระบบขนส่งและระบบการจ่ายเงินออนไลน์แบบครบวงจร เช่น Alipay, E-Wallet, E-Finance จะแย่งส่วนแบ่งตลาดของการบริการทางการเงินจากธนาคาร ขณะที่การท่องเที่ยวของชาวจีนอาจเพิ่มขึ้นจากระบบการจองผ่าน Digital Platform ของ อาลีบาบา กระทบต่อกิจการท่องเที่ยวที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์หรือคนกลางของไทย ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เศรษฐกิจไทยดีขึ้นหรือไม่ ใน 3 เดือนแรกของปี พศ2561? จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4592 ระบุว่าเศรษฐกิจแย่ลง รองลงมาร้อยละ 3752 เท่าเดิม, ร้อยละ 1624 เศรษฐกิจดีขึ้น และร้อยละ 032 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละด้านที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังดำเนินอยู่ พบว่า ด้านเพิ่มรายได้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 5208 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 2528 แย่ลง ร้อยละ 2176 ดีขึ้น, ด้านลดค่าครองชีพ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 4776 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 3376 แย่ลง ร้อยละ 1808 ดีขึ้น, ด้านลดภาระหนี้สิน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 6232 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 2592 แย่ลง ร้อยละ 1008 ดีขึ้น, ด้านเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 4480 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมา ร้อยละ 3984 แย่ลง ร้อยละ 1472 ดีขึ้น, ด้านเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 4760 ระบุว่าเท่าเดิม รองลงมาร้อยละ 3752 ดีขึ้น ร้อยละ 1416 แย่ลง สำหรับระดับความสุขจากนโยบายหรือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 5792 ระบุว่ามีความสุขเท่าเดิม รองลงมา ร้อยละ 2112 มีความสุขลดลง และร้อยละ 2096 มีความสุขเพิ่มขึ้น เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อนโยบายและโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ร้อยละ 4944 ระบุว่าไม่เชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 4224 เชื่อมั่น และร้อยละ 832 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคาดหวังต่อเศรษฐกิจไทยหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่ร้อยละ 5896 คาดว่าจะดีขึ้น รองลงมาร้อยละ 1688 เหมือนเดิม ร้อยละ 592 คาดว่าจะแย่ลง。 วิษณุ ยัน สนชมีอำนาจเต็มโหวตอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมปลุกผี กสทชที่วืดไปมีสิทธิสมัครได้อีก พท-ปชป ประสานเสียงข้องใจคลิปเสียง วอนสรรหาคนดีเพราะมีผลประโยชน์เยอะ เมื่อวันอาทิตย์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนชตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กสทช เพื่อเสนอที่ประชุม สนชประกอบการพิจารณา ดังนั้นเขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว สนชมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนชเพื่อตัดสินใจ ส่วนผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนชมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้ บุคคลที่ สนชไม่ให้ความเห็นชอบครั้งนี้สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทชใหม่ได้ ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต สสสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท) กล่าวกรณีนี้ว่า เป็นลักษณะเดียวกับการโหวตคว่ำคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการควบคุม กสทชให้ได้คนที่ตัวเองสั่งการได้เพื่อใช้ควบคุมสื่อมวลชนหรือไม่ เหมือนกับสั่ง กกตได้ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งสื่อจะมีความสำคัญ ส่วนที่ สนชออกมาปฏิเสธว่าคลิปเสียงไม่จริง นายกฯ ไม่เคยสั่งการนั้นเป็นเรื่องแปลก เพราะผลโหวตที่ออกมาเป็นไปตามคลิป ดังนั้น นายกฯ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มองเป็นอย่างอื่นได้ยาก ที่ผ่านมาใครที่ทำงานตอบสนองผู้มีอำนาจให้ได้เปรียบทางการเมือง จะได้รับการต่ออายุให้ทำงานต่อ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) แต่พอคัดสรรองค์กรอื่นเมื่อไม่ได้คนดังใจก็ให้คัดกันใหม่ แบบนี้ท่านต้องการจะควบคุมให้ทุกอย่างเป็นดังใจเพื่อรอวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พท กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดอีกกรณีหนึ่งทำนองเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้มมาแล้วกรณีโหวตคว่ำ กกต ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สนชและกรรมการสรรหาควรต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ปล่อยอึมครึมคาดเดากันเอาเอง และที่อยากจะเรียกร้องคือ ความรับผิดชอบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะมีผู้ที่ขาดคุณสมบัติจำนวนมาก แสดงว่ามีความบกพร่อง ไม่รอบคอบในการสรรหาหรือไม่ เป็นความบกพร่องแบบเหลือวิสัยหรือไม่ใส่ใจ หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ การสอบสวนคลิปหลุดนั้น คงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จะตอบประชาชนให้คลายความสงสัยข้องใจไปได้ ส่วนคำถามว่า สนชมีใบสั่งหรือไม่ ก็ต้องถามว่าที่ไปที่มาของ สนชมาอย่างไร คงเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) มองเหมือนกันว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มที่คณะกรรมการสรรหา โดยมีความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ คือ 1คณะกรรมการสรรหาได้ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ มีความพยายามบล็อกโหวตหรือไม่ อย่างไร 2สนชทำหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พศ2553 บัญญัติไว้ หรือไม่ เพราะกฎหมายบัญญัติให้ สนชมีหน้าที่ลงมติเลือกเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และ 3มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ หรือผู้มีอำนาจในบ้านเมืองให้ล้มการเลือก กสทชครั้งนี้จริงหรือไม่ กสทชมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล และมีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษอย่างมาก การสรรหา กสทชจึงต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้ กสทชที่มีหิริโอตตัปปะ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหา กสทช ทั้งคณะกรรมการสรรหาและ สนช ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน เพื่อประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง นายองอาจกล่าว。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี สมัครงาน ปอยเปต 2561| ฟอรัมการวิเคราะห์ฟุตบอ| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย วิธีสมัครm88| ลงทะเบียนฟรี แชทสด fun8| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สล็อตออนไลน์ฟรีเครดิต2019| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี วิธีเข้าเล่นบาคาร่า| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี บาคาร่าจริง| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี ฟรีเครดิตscr888| โปรโมชั่น คาสิโน มาเก๊า อาย| บทความยอดนิยมเว็บพนันบอลออนไลน์| บทความยอดนิยมถาม เรื่อง คา สิ โน มา เก๊า| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สล็อตทดลองเล่น| บทความยอดนิยมได้เงินจากการพนัน| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี บาคาร่าสด| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี เกมยิงปลาสุดยอดเกมทำเงินอันดับ 1| บทความยอดนิยมสล็อตแมชชีนออนไลน์เล่น| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สมัคร สมาชิก โบนัส 100| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี ไลน์ sbobet| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี การเล่นสล็อตออนไลน์ กฏ กติกา | บทความยอดนิยมเงินฟรี เกมยิงปลาใหม่| บทความยอดนิยมคาสิโนออนไลน์ เครดิตฟรี | บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สมัคร SLOT ONLINE| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ทดลองเล่นเกมยิงปลา| บทความยอดนิยมการพนันฟุตบอลเงินจริง| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี การ เล่น slot| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เคล็ด ลับ บา คา ร่า| บทความยอดนิยมแจกเครดิตฟรี 500 ไม่ต้องฝาก| บทความยอดนิยมLetong 127 เครื่องสล็อตมือถือรุ่นดาวน์โหลด| เดิมพันฟรี สมัครสมาชิกW8| บทความยอดนิยมแอด ไลน์ รับ เครดิต ฟรี 100 บาท| บทความยอดนิยมgclub slot ทดลอง เล่น| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สูตรเล่นสล็อตผ่านมือถือ| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย 188bet thai| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ทีมนักธุรกิจ แอฟฟิลิเอท| บทความยอดนิยมเงินฟรี แอดไลน์รับเครดิตฟรี | บทความยอดนิยมเงินฟรี เว็บคาสิโน ต่างประเทศ| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เกมดาฟาเบท| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย เติมเงินในเกมส์| เล่นสล็อตแมชชีนออนไลน| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี happyluke ฟรี300| บทความยอดนิยมทดลองเล่นสล็อต| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น ศัพท์พนันบอล| บทความยอดนิยมเงินฟรี สล็อตออนไลน์888| บทความยอดนิยมเล่นไพ่แคง ออนไลน์ ได้เงินจริง| บทความยอดนิยมโหลด fun88| บทความยอดนิยมเล่นการพนันออนไลน์| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี การพนันบอลออนไลน์| บทความยอดนิยมฟุตบอลเดิมพันอุปกรณ์ต่อพ่วง| บทความยอดนิยมวิธี โยก สล็อต| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี คาสิโนออนไลน์ไม่ต้องโหลด| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี แอดไลน์รับเครดิตฟรี2019| บทความยอดนิยมถาม เรื่อง คา สิ โน มา เก๊า| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย ทัวร์นาเมนท์| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย แจกเครดิตฟรีไม่ต้องโอนเงิน| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี อาถรรพ์ คา สิ โน| เงินฟรี สปินอัตโนมัต| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี ฝากเงินเล่นเกมสล็อต| บทความยอดนิยมลูกค้าเครื่องสล็อต PT ในยุโรปดาวน์โหลด URL ล่าสุด| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เล่นคาสิโนออนไลน์ pantip| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น สูตร สล็อต ฟา โร| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย แอด ไลน์ รับ เครดิต ฟรี 100 บาท | บทความยอดนิยมฟรีสปินถอนได้| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี สล็อตแมชชีน| เครื่องสล็อตส่งคะแน| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี เกมส์ยิงปลาออนไลน์| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น ติดการพนัน ภาษาอังกฤษ| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี พนันออนไลน์ มือถือ| บทความยอดนิยมทาง เข้า gclub มือ ถือ| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี แจกเครดิตให้คนเล่นป๊อกเด้ง| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี เกมออนไลน์ W88| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี  มีหลายร้อยสล็อตออนไลน์อย่างฟรี| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย แจก เครดิต ฟรี sbobet| โปรโมชั่น เล่นสล็อตออนไลน์ ให้ได้เงิ| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เกมกาสิโน| เงินฟรี ฟรีเครดิตเดือนเกิ| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี ความรับผิดชอบในการเล่นเกมส์| บทความยอดนิยมโปรโมชั่น 188bet thai| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย โปร โม ชั่ น แจก เครดิต ฟรี2019| เงินฟรี สมัครงานคาสิโนปอยเปต 201| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย ฟรีเครดิตถอนได้ 2019| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย fun88 game| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี คาสิโนลาว หนองคาย| บทความยอดนิยมเดิมพันฟรี เกมคาสิโน| บทความยอดนิยมเว็บพนัน pantip| บทความยอดนิยมสล็อต ใหม่ ล่าสุด| บทความยอดนิยมทดลองใช้ฟรี วิธีดูราคา bet365| บทความยอดนิยมเงินฟรี empire777 ทดลอง เล่น| บทความยอดนิยมถาม เรื่อง คา สิ โน มา เก๊า| บทความยอดนิยมเครือข่ายการประเมินผลเครื่องสล็อต Pt| บทความยอดนิยมเกมสล็อต เงินจริง| บทความยอดนิยมเล่นคาสิโนออนไลน์ที่ไหนดี| บทความยอดนิยมลงทะเบียนฟรี แจ็คพ็อตเยอะที่สุด| บทความยอดนิยมคาสิโนสล็อตพีทีที| บทความยอดนิยมส่งเงินบาทไทย การพนันบอล หมายถึง|